counter 20,475

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

ฟื้นฟู

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากนาโกย่า สนุกสนานหลั่นล้าด้วยหลายๆปัจจัย  จากที่หนึ่ง!  เป็นประเทศญี่ปุ่น  อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้ไปพอร์ตนี้ด้วย (ข้อสอง)  แถมมีเพื่อนพ่วงมาอีกหนึ่งคน (ข้อสาม)  แล้วยังจะไปเจอเพื่อนฮาอีกหนึ่ง (ข้อสี่)  ไหนจะพี่ๆในไฟล์ทที่น่ารักอีกแน่ะ (ข้อห้า)  โอ๊ย...นี่กะลังท่องอยู่เลยว่า  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรังหรอก  ฮ่าๆ

 

ยิ่งได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาหมาดๆอย่างนี้  ทำเอาเรายิ่งคลั่งอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกแน่ะ  ตอนนี้เกาหลงเกาหลีอะไรไม่สนใจแล้น  เพราะผมทรงนี้ทำให้ได้หน้าญี่ปุ่นมากกว่า  5555 (ค่ะ  อ้วกค่ะอ้วก)  ตอนอยู่บนเครื่องก้อชอบตะแหล๋นพูดภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยเปื่อย  ผู้โดยสารพูดว่า "Thank you"  อิชั้นรีบตอบกลับเลยว่า "โดอิตะชิมะชิเตะ" (แปลว่าไม่เป็นไรค่ะ)  ผู้โดยสารขำกันใหญ่  คงคิดในใจไปแล้วว่าอินี่แอบเพี้ยน  นี่มานั่งอึดอัดฮึดฮัดอยู่ว่าเมื่อไหร่คอร์สเรียนจะเปิดนะ  เราจะได้เป็นญี่ปุ่นเต็มตัวซะทีนึง  555

 

ช่วงนี้ค่อนข้างแฮ้ปปี้กะชีวิตจัง  เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มันยังกว้างได้อีก  บางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ก้อได้เห็น  อะไรที่เคยหลงลืมไป  พอได้กลับมาเจอะเจออีกครั้งแล้วแอบรู้สึกเหวอไม่น้อยค่ะว่า  อิชั้นพลาดมันไปได้ยังไงเนี่ย  ข้อหนึ่งที่คิดได้ในวันนี้คือ  เมื่อเรารักตัวเองอย่างถูกวิธีได้เมื่อไหร่  เมื่อนั้นจะมีแต่คนมารุมรักเรา  กระนั้น  เราก้อยังไม่ลืมขอบคุณบรรดาคนที่รักเราตลอดมาหรอกนะ  พวกเค้าคือคนทื่เห็นค่าของเราแม้ในวันที่เรารู้สึกไร้ค่าสิ้นดี  พ่อ แม่ อ่า...น้องชายด้วยก้อได้ เอ้า! (เหมือนจะอิดออดไม่อยากนับเลยเนาะ) และบุคคลที่สี่ของครอบครัวเรา  แต๊งกิ้วมากๆค่ะ

สรุปว่าที่ตั้งใจจะไปทำสมาธินั้นต้องยกเลิกไปซะงั้น  เพราะหนึ่งในกลุ่มเกิดเหตุให้ไปไม่ได้เฉยเลย  เสียดายเป็นที่สุด  เราเลยพาลเซ็งที่ต้องไปควิกเทิร์นสิงค์โปร์  แถมตามด้วยสแตนด์บายอีกต่างหาก  โอ๊ย...เรื่องมันเศร้าเฟล้ย  แต่ฮึ๊ย  เอาฟละ  ถึงไม่ได้ทำสมาธิแต่ก้อทำสติไปก่อนละกัน  โอทส์!

--- angelz ---

 

 

 

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

ฟื้นฟู

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากนาโกย่า สนุกสนานหลั่นล้าด้วยหลายๆปัจจัย  จากที่หนึ่ง!  เป็นประเทศญี่ปุ่น  อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้ไปพอร์ตนี้ด้วย (ข้อสอง)  แถมมีเพื่อนพ่วงมาอีกหนึ่งคน (ข้อสาม)  แล้วยังจะไปเจอเพื่อนฮาอีกหนึ่ง (ข้อสี่)  ไหนจะพี่ๆในไฟล์ทที่น่ารักอีกแน่ะ (ข้อห้า)  โอ๊ย...นี่กะลังท่องอยู่เลยว่า  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรังหรอก  ฮ่าๆ

 

ยิ่งได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาหมาดๆอย่างนี้  ทำเอาเรายิ่งคลั่งอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกแน่ะ  ตอนนี้เกาหลงเกาหลีอะไรไม่สนใจแล้น  เพราะผมทรงนี้ทำให้ได้หน้าญี่ปุ่นมากกว่า  5555 (ค่ะ  อ้วกค่ะอ้วก)  ตอนอยู่บนเครื่องก้อชอบตะแหล๋นพูดภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยเปื่อย  ผู้โดยสารพูดว่า "Thank you"  อิชั้นรีบตอบกลับเลยว่า "โดอิตะชิมะชิเตะ" (แปลว่าไม่เป็นไรค่ะ)  ผู้โดยสารขำกันใหญ่  คงคิดในใจไปแล้วว่าอินี่แอบเพี้ยน  นี่มานั่งอึดอัดฮึดฮัดอยู่ว่าเมื่อไหร่คอร์สเรียนจะเปิดนะ  เราจะได้เป็นญี่ปุ่นเต็มตัวซะทีนึง  555

 

ช่วงนี้ค่อนข้างแฮ้ปปี้กะชีวิตจัง  เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มันยังกว้างได้อีก  บางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ก้อได้เห็น  อะไรที่เคยหลงลืมไป  พอได้กลับมาเจอะเจออีกครั้งแล้วแอบรู้สึกเหวอไม่น้อยค่ะว่า  อิชั้นพลาดมันไปได้ยังไงเนี่ย  ข้อหนึ่งที่คิดได้ในวันนี้คือ  เมื่อเรารักตัวเองอย่างถูกวิธีได้เมื่อไหร่  เมื่อนั้นจะมีแต่คนมารุมรักเรา  กระนั้น  เราก้อยังไม่ลืมขอบคุณบรรดาคนที่รักเราตลอดมาหรอกนะ  พวกเค้าคือคนทื่เห็นค่าของเราแม้ในวันที่เรารู้สึกไร้ค่าสิ้นดี  พ่อ แม่ อ่า...น้องชายด้วยก้อได้ เอ้า! (เหมือนจะอิดออดไม่อยากนับเลยเนาะ) และบุคคลที่สี่ของครอบครัวเรา  แต๊งกิ้วมากๆค่ะ

สรุปว่าที่ตั้งใจจะไปทำสมาธินั้นต้องยกเลิกไปซะงั้น  เพราะหนึ่งในกลุ่มเกิดเหตุให้ไปไม่ได้เฉยเลย  เสียดายเป็นที่สุด  เราเลยพาลเซ็งที่ต้องไปควิกเทิร์นสิงค์โปร์  แถมตามด้วยสแตนด์บายอีกต่างหาก  โอ๊ย...เรื่องมันเศร้าเฟล้ย  แต่ฮึ๊ย  เอาฟละ  ถึงไม่ได้ทำสมาธิแต่ก้อทำสติไปก่อนละกัน  โอทส์!

--- angelz ---

 

 

 

บำบัด

เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก้อได้แต่แกร่วอยู่บ้าน  เนื่องจากเป็นหน้าเทศกาล  เพื่อนๆก้อพากันหายหน้าหายตากันไปหมด  ดิชั้นเลยมีอาการจิตเขวไปบ้างเล็กน้อย  แต่ข้อดีประจำตัวตอนนี้คือ  ไม่ค่อยชอบถือของติดมือนาน  อะไรหนักๆก็ปล่อยๆวางๆไปตามกาลตามวาระ  อะไรที่เขวเลยเริ่มถูกต้อนกลับเข้าเส้นได้ละ  ถ้าคราวหน้ามีเขวอีก อาจจะต้องเริ่มตามตบแทนต้อนซะที  เลี้ยงเสียข้าวสุก เอ้ย อยู่ไม่สุขเสียจริงๆ! 

 

ตอนนี้เริ่มตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะมากขึ้น  เพราะค้นพบแล้วว่าธรรมะเป็นดั่งแผนที่ชีวิต  อะไรที่เราเคยหลงทางหรือสงสัยก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น  เรายังเสียดายอยู่ว่าสนใจธรรมะช้าไป  แต่จริงๆถ้าเริ่มเร็วไป หรือถ้าไม่มีปัญหาเข้ามา  เราอาจจะไม่ได้เปิดใจรับได้มากขนาดนี้ก้อได้  ยิ่งเป็นหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุแล้ว  อ่านไปน้ำตาไหลไป  โอ้...ที่แท้แล้ว  ชีวิตหนูมันมืดมัวหมองหม่นขนาดนี้เลยหรือคะ  ในที่สุดเจ้าหนูจำไมอย่างเราก้อเจอคำตอบของชีวิตแล้น  แหม...ดิชั้นนี่มันอกหักอย่างสร้างสรรค์จริงๆเลย  5555

 

อาทิตย์หน้านี้ก้อเตรียมไปทำสมาธิ 3 วันกะออย  ถ้าแลกสเก็ดไม่ได้ก้อคงต้องมีลาป่วยกันบ้างล่ะ  คราวนี้มุ่งมั่นอย่างแรง  อยากรู้ว่าสมาธิจะช่วยนำความสงบมาสู่คนไฮเปอร์อย่างเราได้อย่างไร  โปรดติดตามตอนต่อไป ไป ไป ไป...

 

วกกลับมาพูดสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์บ้างดีกว่า  โชคดีจังได้มีโอกาสรดน้ำดำหัวให้พ่อแม่กะย่า  แอบรู้สึกดีเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน  พ่อกับแม่ก้อให้พรว่าขอให้เจอสิ่งดีๆในชีวิต  อยากบอกเหลือเกินว่า  ที่จริงแล้ว  สิ่งดีๆในชีวิตหนูก้อนั่งอยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละค่ะ  ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลแล้ว  อู๊ย...มีซึ้งๆ  แต่อยากขอว่าอย่าคบกันอยู่แค่ 2 คนได้ไหมคะ  พาลูกเต้าไปเที่ยวบ้างเถ้อะ!  ฮึ๊ย!

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. ไดอารี่หน้านี้ดูไม่ค่อยดี๊ด๊าเลยเนาะ  ออกจะนิ่งๆเฉยๆ  นั่นเป็นเพราะเราได้รู้ว่า  ชีวิตของคนเราล้วนเป็นทุกข์  ช่วงไหนที่สุขมากๆนั้นก้อเป็นเพียงแค่ทุกข์น้อยลงเท่านั้นเอง  สิ่งที่ดีที่สุดคือ  การปล่อยวาง  อย่าไปยินดียินร้ายอะไรมาก  เพราะแม้ความสุขก้อยังถูกเรียกว่า  สุขเวทนาฉันใดก้อฉันนั้นเลย  ว๊ายตาย...ยังไปได้อีกนะเนี่ยเรา  555

 

 

 

 

 

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

ฟื้นฟู

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากนาโกย่า สนุกสนานหลั่นล้าด้วยหลายๆปัจจัย  จากที่หนึ่ง!  เป็นประเทศญี่ปุ่น  อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้ไปพอร์ตนี้ด้วย (ข้อสอง)  แถมมีเพื่อนพ่วงมาอีกหนึ่งคน (ข้อสาม)  แล้วยังจะไปเจอเพื่อนฮาอีกหนึ่ง (ข้อสี่)  ไหนจะพี่ๆในไฟล์ทที่น่ารักอีกแน่ะ (ข้อห้า)  โอ๊ย...นี่กะลังท่องอยู่เลยว่า  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรังหรอก  ฮ่าๆ

 

ยิ่งได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาหมาดๆอย่างนี้  ทำเอาเรายิ่งคลั่งอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกแน่ะ  ตอนนี้เกาหลงเกาหลีอะไรไม่สนใจแล้น  เพราะผมทรงนี้ทำให้ได้หน้าญี่ปุ่นมากกว่า  5555 (ค่ะ  อ้วกค่ะอ้วก)  ตอนอยู่บนเครื่องก้อชอบตะแหล๋นพูดภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยเปื่อย  ผู้โดยสารพูดว่า "Thank you"  อิชั้นรีบตอบกลับเลยว่า "โดอิตะชิมะชิเตะ" (แปลว่าไม่เป็นไรค่ะ)  ผู้โดยสารขำกันใหญ่  คงคิดในใจไปแล้วว่าอินี่แอบเพี้ยน  นี่มานั่งอึดอัดฮึดฮัดอยู่ว่าเมื่อไหร่คอร์สเรียนจะเปิดนะ  เราจะได้เป็นญี่ปุ่นเต็มตัวซะทีนึง  555

 

ช่วงนี้ค่อนข้างแฮ้ปปี้กะชีวิตจัง  เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มันยังกว้างได้อีก  บางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ก้อได้เห็น  อะไรที่เคยหลงลืมไป  พอได้กลับมาเจอะเจออีกครั้งแล้วแอบรู้สึกเหวอไม่น้อยค่ะว่า  อิชั้นพลาดมันไปได้ยังไงเนี่ย  ข้อหนึ่งที่คิดได้ในวันนี้คือ  เมื่อเรารักตัวเองอย่างถูกวิธีได้เมื่อไหร่  เมื่อนั้นจะมีแต่คนมารุมรักเรา  กระนั้น  เราก้อยังไม่ลืมขอบคุณบรรดาคนที่รักเราตลอดมาหรอกนะ  พวกเค้าคือคนทื่เห็นค่าของเราแม้ในวันที่เรารู้สึกไร้ค่าสิ้นดี  พ่อ แม่ อ่า...น้องชายด้วยก้อได้ เอ้า! (เหมือนจะอิดออดไม่อยากนับเลยเนาะ) และบุคคลที่สี่ของครอบครัวเรา  แต๊งกิ้วมากๆค่ะ

สรุปว่าที่ตั้งใจจะไปทำสมาธินั้นต้องยกเลิกไปซะงั้น  เพราะหนึ่งในกลุ่มเกิดเหตุให้ไปไม่ได้เฉยเลย  เสียดายเป็นที่สุด  เราเลยพาลเซ็งที่ต้องไปควิกเทิร์นสิงค์โปร์  แถมตามด้วยสแตนด์บายอีกต่างหาก  โอ๊ย...เรื่องมันเศร้าเฟล้ย  แต่ฮึ๊ย  เอาฟละ  ถึงไม่ได้ทำสมาธิแต่ก้อทำสติไปก่อนละกัน  โอทส์!

--- angelz ---

 

 

 

บำบัด

เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก้อได้แต่แกร่วอยู่บ้าน  เนื่องจากเป็นหน้าเทศกาล  เพื่อนๆก้อพากันหายหน้าหายตากันไปหมด  ดิชั้นเลยมีอาการจิตเขวไปบ้างเล็กน้อย  แต่ข้อดีประจำตัวตอนนี้คือ  ไม่ค่อยชอบถือของติดมือนาน  อะไรหนักๆก็ปล่อยๆวางๆไปตามกาลตามวาระ  อะไรที่เขวเลยเริ่มถูกต้อนกลับเข้าเส้นได้ละ  ถ้าคราวหน้ามีเขวอีก อาจจะต้องเริ่มตามตบแทนต้อนซะที  เลี้ยงเสียข้าวสุก เอ้ย อยู่ไม่สุขเสียจริงๆ! 

 

ตอนนี้เริ่มตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะมากขึ้น  เพราะค้นพบแล้วว่าธรรมะเป็นดั่งแผนที่ชีวิต  อะไรที่เราเคยหลงทางหรือสงสัยก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น  เรายังเสียดายอยู่ว่าสนใจธรรมะช้าไป  แต่จริงๆถ้าเริ่มเร็วไป หรือถ้าไม่มีปัญหาเข้ามา  เราอาจจะไม่ได้เปิดใจรับได้มากขนาดนี้ก้อได้  ยิ่งเป็นหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุแล้ว  อ่านไปน้ำตาไหลไป  โอ้...ที่แท้แล้ว  ชีวิตหนูมันมืดมัวหมองหม่นขนาดนี้เลยหรือคะ  ในที่สุดเจ้าหนูจำไมอย่างเราก้อเจอคำตอบของชีวิตแล้น  แหม...ดิชั้นนี่มันอกหักอย่างสร้างสรรค์จริงๆเลย  5555

 

อาทิตย์หน้านี้ก้อเตรียมไปทำสมาธิ 3 วันกะออย  ถ้าแลกสเก็ดไม่ได้ก้อคงต้องมีลาป่วยกันบ้างล่ะ  คราวนี้มุ่งมั่นอย่างแรง  อยากรู้ว่าสมาธิจะช่วยนำความสงบมาสู่คนไฮเปอร์อย่างเราได้อย่างไร  โปรดติดตามตอนต่อไป ไป ไป ไป...

 

วกกลับมาพูดสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์บ้างดีกว่า  โชคดีจังได้มีโอกาสรดน้ำดำหัวให้พ่อแม่กะย่า  แอบรู้สึกดีเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน  พ่อกับแม่ก้อให้พรว่าขอให้เจอสิ่งดีๆในชีวิต  อยากบอกเหลือเกินว่า  ที่จริงแล้ว  สิ่งดีๆในชีวิตหนูก้อนั่งอยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละค่ะ  ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลแล้ว  อู๊ย...มีซึ้งๆ  แต่อยากขอว่าอย่าคบกันอยู่แค่ 2 คนได้ไหมคะ  พาลูกเต้าไปเที่ยวบ้างเถ้อะ!  ฮึ๊ย!

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. ไดอารี่หน้านี้ดูไม่ค่อยดี๊ด๊าเลยเนาะ  ออกจะนิ่งๆเฉยๆ  นั่นเป็นเพราะเราได้รู้ว่า  ชีวิตของคนเราล้วนเป็นทุกข์  ช่วงไหนที่สุขมากๆนั้นก้อเป็นเพียงแค่ทุกข์น้อยลงเท่านั้นเอง  สิ่งที่ดีที่สุดคือ  การปล่อยวาง  อย่าไปยินดียินร้ายอะไรมาก  เพราะแม้ความสุขก้อยังถูกเรียกว่า  สุขเวทนาฉันใดก้อฉันนั้นเลย  ว๊ายตาย...ยังไปได้อีกนะเนี่ยเรา  555

 

 

 

 

 

พักฟื้น

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้หยุดพักอยู่กับบ้าน  หยุดพักอยู่กับตัวเอง  หลังจากลองเอานิ้วขึ้นมานับๆดู  โอ้...นี่ชั้นเลิกกับเค้ามาได้ 1 เดือนกับ 3 วันละเหรอ ขนาดนั่งพิมพ์อยู่นี่ยังไม่อยากเชื่อเลยว่า  อิชั้นจะนั่งเย็นใจได้เยี่ยงนี้  ทั้งที่ก้อไม่ใช่ว่าจะตัดใจจากเค้าได้หรอกนะ  ขอพูดอย่างไม่อายว่า รักเค้ายังไงก้อยังรักอยู่ยังงั้นแหละ  แต่พอดีเริ่มที่จะรู้จักเพิ่มความรักให้กับตัวเองมากขึ้นแล้วไงคะ  ก้อตัวเองทั้งเก่งทั้งน่ารักซะอย่างนี้  ไม่ให้รักได้ยังไง  ฮ่าๆ อ้วกๆ

 

ด้วยความที่เลิกกันด้วยดี  ฝ่ายนั้นเค้าเลยบอกว่า  เรายังเป็นเพื่อนกันได้  โอ๊ย...ตอนนั้นฟังดูดีซะจนน้ำตาไหลค่ะ  แอบคิดในใจว่าตรูทำไม่เป็นว้อย  แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้  พอลองนั่งคิดและไตร่ตรองดูให้ดีแล้ว  อย่างน้อย  ยังมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทั้งเค้าและเราต่างก้อเคยรู้ใจกันมั๊กมากไม่ใช่เหรอ  อย่ากระนั้นเลย  โทรไปคีบอินทัชเค้าดีกว่า (Keep in touch ค่ะ พี่น้อง)  ผลที่ได้รับมา  คุณพี่เค้าหนีแล้วเลิกรับโทรศัพท์หนูไปเลยค่า  ว้าย...ไหงงั้นละคะเนี่ย  ความจริงแอบเคืองอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ  แต่นี่เพราะรักถึงยอมเข้าใจว่า  สุดท้ายอาจจะเกิดทำใจไม่ได้ หรือรำคาญ (หรือเปล่า)  ฉะนั้น  เอาตามถนัดเลยค่ะ  ศรีทนได้  เอิ้กๆ

 

ส่วนชีวิตช่วงนี้ก้อมีความสุขตามอัตภาพ  นี่ก้อเพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว  ชีวิตชั้นนี่มันก้อไม่ได้จืดชืดนักนะ  คืนก่อนไประห่ำร้องเกะ + หั่นขาหมูเยอรมันที่แสนอร่อย ณ waterside มา  ผ่านมาอีกคืนกลับไปยืนจุดธูปไหว้พระพิฆเนศเฉยเลย  แอบพิศวงมหัศจรรย์พันลึกตอนที่นั่งดูออยกะผองเพื่อนยืนเลือกพระกันอยู่  ถ้าใส่โมเสกทั้งร้านยกเว้นกลุ่มออย  พวกเราอาจจะนึกไปได้ว่า  ทุกคนกำลังยืนเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่จากสีหน้าสีตาที่หลั่นล้ามาก  แล้วยังไม่หมดค่ะ  นี่ถ้าได้มีโอกาสไปนั่งกินข้าวกะพวกเบนซ์เมื่อไหร่นะ  เราคงไม่พลาดได้เข้าถึงลัทธิ The Secret อีกด้วยก้อเป็นได้  ตอนนี้ไปได้หลายทางเหลือเกิน  แบบว่ายังหลากหลายได้อีก!  เอิ้กๆ 

 

มีบางคนแนะให้เราออกไปเมาให้ลืมเลยดีกว่า  แต่วันนี้เราได้แน่ใจแล้วว่า  มันไม่ใช่รูปแบบชีวิตของเราจริงๆ  เราชอบเวลาเรามีสติ  เพราะสังเกตได้ว่า  ไร้สติทีไร  ชีวิตหนูพังทุกที  ซิกๆ  เอิ้กๆ

 

 

--- angelz ---

 

 

 

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

ฟื้นฟู

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากนาโกย่า สนุกสนานหลั่นล้าด้วยหลายๆปัจจัย  จากที่หนึ่ง!  เป็นประเทศญี่ปุ่น  อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้ไปพอร์ตนี้ด้วย (ข้อสอง)  แถมมีเพื่อนพ่วงมาอีกหนึ่งคน (ข้อสาม)  แล้วยังจะไปเจอเพื่อนฮาอีกหนึ่ง (ข้อสี่)  ไหนจะพี่ๆในไฟล์ทที่น่ารักอีกแน่ะ (ข้อห้า)  โอ๊ย...นี่กะลังท่องอยู่เลยว่า  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรังหรอก  ฮ่าๆ

 

ยิ่งได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาหมาดๆอย่างนี้  ทำเอาเรายิ่งคลั่งอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกแน่ะ  ตอนนี้เกาหลงเกาหลีอะไรไม่สนใจแล้น  เพราะผมทรงนี้ทำให้ได้หน้าญี่ปุ่นมากกว่า  5555 (ค่ะ  อ้วกค่ะอ้วก)  ตอนอยู่บนเครื่องก้อชอบตะแหล๋นพูดภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยเปื่อย  ผู้โดยสารพูดว่า "Thank you"  อิชั้นรีบตอบกลับเลยว่า "โดอิตะชิมะชิเตะ" (แปลว่าไม่เป็นไรค่ะ)  ผู้โดยสารขำกันใหญ่  คงคิดในใจไปแล้วว่าอินี่แอบเพี้ยน  นี่มานั่งอึดอัดฮึดฮัดอยู่ว่าเมื่อไหร่คอร์สเรียนจะเปิดนะ  เราจะได้เป็นญี่ปุ่นเต็มตัวซะทีนึง  555

 

ช่วงนี้ค่อนข้างแฮ้ปปี้กะชีวิตจัง  เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มันยังกว้างได้อีก  บางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ก้อได้เห็น  อะไรที่เคยหลงลืมไป  พอได้กลับมาเจอะเจออีกครั้งแล้วแอบรู้สึกเหวอไม่น้อยค่ะว่า  อิชั้นพลาดมันไปได้ยังไงเนี่ย  ข้อหนึ่งที่คิดได้ในวันนี้คือ  เมื่อเรารักตัวเองอย่างถูกวิธีได้เมื่อไหร่  เมื่อนั้นจะมีแต่คนมารุมรักเรา  กระนั้น  เราก้อยังไม่ลืมขอบคุณบรรดาคนที่รักเราตลอดมาหรอกนะ  พวกเค้าคือคนทื่เห็นค่าของเราแม้ในวันที่เรารู้สึกไร้ค่าสิ้นดี  พ่อ แม่ อ่า...น้องชายด้วยก้อได้ เอ้า! (เหมือนจะอิดออดไม่อยากนับเลยเนาะ) และบุคคลที่สี่ของครอบครัวเรา  แต๊งกิ้วมากๆค่ะ

สรุปว่าที่ตั้งใจจะไปทำสมาธินั้นต้องยกเลิกไปซะงั้น  เพราะหนึ่งในกลุ่มเกิดเหตุให้ไปไม่ได้เฉยเลย  เสียดายเป็นที่สุด  เราเลยพาลเซ็งที่ต้องไปควิกเทิร์นสิงค์โปร์  แถมตามด้วยสแตนด์บายอีกต่างหาก  โอ๊ย...เรื่องมันเศร้าเฟล้ย  แต่ฮึ๊ย  เอาฟละ  ถึงไม่ได้ทำสมาธิแต่ก้อทำสติไปก่อนละกัน  โอทส์!

--- angelz ---

 

 

 

บำบัด

เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก้อได้แต่แกร่วอยู่บ้าน  เนื่องจากเป็นหน้าเทศกาล  เพื่อนๆก้อพากันหายหน้าหายตากันไปหมด  ดิชั้นเลยมีอาการจิตเขวไปบ้างเล็กน้อย  แต่ข้อดีประจำตัวตอนนี้คือ  ไม่ค่อยชอบถือของติดมือนาน  อะไรหนักๆก็ปล่อยๆวางๆไปตามกาลตามวาระ  อะไรที่เขวเลยเริ่มถูกต้อนกลับเข้าเส้นได้ละ  ถ้าคราวหน้ามีเขวอีก อาจจะต้องเริ่มตามตบแทนต้อนซะที  เลี้ยงเสียข้าวสุก เอ้ย อยู่ไม่สุขเสียจริงๆ! 

 

ตอนนี้เริ่มตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะมากขึ้น  เพราะค้นพบแล้วว่าธรรมะเป็นดั่งแผนที่ชีวิต  อะไรที่เราเคยหลงทางหรือสงสัยก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น  เรายังเสียดายอยู่ว่าสนใจธรรมะช้าไป  แต่จริงๆถ้าเริ่มเร็วไป หรือถ้าไม่มีปัญหาเข้ามา  เราอาจจะไม่ได้เปิดใจรับได้มากขนาดนี้ก้อได้  ยิ่งเป็นหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุแล้ว  อ่านไปน้ำตาไหลไป  โอ้...ที่แท้แล้ว  ชีวิตหนูมันมืดมัวหมองหม่นขนาดนี้เลยหรือคะ  ในที่สุดเจ้าหนูจำไมอย่างเราก้อเจอคำตอบของชีวิตแล้น  แหม...ดิชั้นนี่มันอกหักอย่างสร้างสรรค์จริงๆเลย  5555

 

อาทิตย์หน้านี้ก้อเตรียมไปทำสมาธิ 3 วันกะออย  ถ้าแลกสเก็ดไม่ได้ก้อคงต้องมีลาป่วยกันบ้างล่ะ  คราวนี้มุ่งมั่นอย่างแรง  อยากรู้ว่าสมาธิจะช่วยนำความสงบมาสู่คนไฮเปอร์อย่างเราได้อย่างไร  โปรดติดตามตอนต่อไป ไป ไป ไป...

 

วกกลับมาพูดสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์บ้างดีกว่า  โชคดีจังได้มีโอกาสรดน้ำดำหัวให้พ่อแม่กะย่า  แอบรู้สึกดีเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน  พ่อกับแม่ก้อให้พรว่าขอให้เจอสิ่งดีๆในชีวิต  อยากบอกเหลือเกินว่า  ที่จริงแล้ว  สิ่งดีๆในชีวิตหนูก้อนั่งอยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละค่ะ  ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลแล้ว  อู๊ย...มีซึ้งๆ  แต่อยากขอว่าอย่าคบกันอยู่แค่ 2 คนได้ไหมคะ  พาลูกเต้าไปเที่ยวบ้างเถ้อะ!  ฮึ๊ย!

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. ไดอารี่หน้านี้ดูไม่ค่อยดี๊ด๊าเลยเนาะ  ออกจะนิ่งๆเฉยๆ  นั่นเป็นเพราะเราได้รู้ว่า  ชีวิตของคนเราล้วนเป็นทุกข์  ช่วงไหนที่สุขมากๆนั้นก้อเป็นเพียงแค่ทุกข์น้อยลงเท่านั้นเอง  สิ่งที่ดีที่สุดคือ  การปล่อยวาง  อย่าไปยินดียินร้ายอะไรมาก  เพราะแม้ความสุขก้อยังถูกเรียกว่า  สุขเวทนาฉันใดก้อฉันนั้นเลย  ว๊ายตาย...ยังไปได้อีกนะเนี่ยเรา  555

 

 

 

 

 

พักฟื้น

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้หยุดพักอยู่กับบ้าน  หยุดพักอยู่กับตัวเอง  หลังจากลองเอานิ้วขึ้นมานับๆดู  โอ้...นี่ชั้นเลิกกับเค้ามาได้ 1 เดือนกับ 3 วันละเหรอ ขนาดนั่งพิมพ์อยู่นี่ยังไม่อยากเชื่อเลยว่า  อิชั้นจะนั่งเย็นใจได้เยี่ยงนี้  ทั้งที่ก้อไม่ใช่ว่าจะตัดใจจากเค้าได้หรอกนะ  ขอพูดอย่างไม่อายว่า รักเค้ายังไงก้อยังรักอยู่ยังงั้นแหละ  แต่พอดีเริ่มที่จะรู้จักเพิ่มความรักให้กับตัวเองมากขึ้นแล้วไงคะ  ก้อตัวเองทั้งเก่งทั้งน่ารักซะอย่างนี้  ไม่ให้รักได้ยังไง  ฮ่าๆ อ้วกๆ

 

ด้วยความที่เลิกกันด้วยดี  ฝ่ายนั้นเค้าเลยบอกว่า  เรายังเป็นเพื่อนกันได้  โอ๊ย...ตอนนั้นฟังดูดีซะจนน้ำตาไหลค่ะ  แอบคิดในใจว่าตรูทำไม่เป็นว้อย  แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงวันนี้  พอลองนั่งคิดและไตร่ตรองดูให้ดีแล้ว  อย่างน้อย  ยังมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทั้งเค้าและเราต่างก้อเคยรู้ใจกันมั๊กมากไม่ใช่เหรอ  อย่ากระนั้นเลย  โทรไปคีบอินทัชเค้าดีกว่า (Keep in touch ค่ะ พี่น้อง)  ผลที่ได้รับมา  คุณพี่เค้าหนีแล้วเลิกรับโทรศัพท์หนูไปเลยค่า  ว้าย...ไหงงั้นละคะเนี่ย  ความจริงแอบเคืองอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ  แต่นี่เพราะรักถึงยอมเข้าใจว่า  สุดท้ายอาจจะเกิดทำใจไม่ได้ หรือรำคาญ (หรือเปล่า)  ฉะนั้น  เอาตามถนัดเลยค่ะ  ศรีทนได้  เอิ้กๆ

 

ส่วนชีวิตช่วงนี้ก้อมีความสุขตามอัตภาพ  นี่ก้อเพิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว  ชีวิตชั้นนี่มันก้อไม่ได้จืดชืดนักนะ  คืนก่อนไประห่ำร้องเกะ + หั่นขาหมูเยอรมันที่แสนอร่อย ณ waterside มา  ผ่านมาอีกคืนกลับไปยืนจุดธูปไหว้พระพิฆเนศเฉยเลย  แอบพิศวงมหัศจรรย์พันลึกตอนที่นั่งดูออยกะผองเพื่อนยืนเลือกพระกันอยู่  ถ้าใส่โมเสกทั้งร้านยกเว้นกลุ่มออย  พวกเราอาจจะนึกไปได้ว่า  ทุกคนกำลังยืนเลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่จากสีหน้าสีตาที่หลั่นล้ามาก  แล้วยังไม่หมดค่ะ  นี่ถ้าได้มีโอกาสไปนั่งกินข้าวกะพวกเบนซ์เมื่อไหร่นะ  เราคงไม่พลาดได้เข้าถึงลัทธิ The Secret อีกด้วยก้อเป็นได้  ตอนนี้ไปได้หลายทางเหลือเกิน  แบบว่ายังหลากหลายได้อีก!  เอิ้กๆ 

 

มีบางคนแนะให้เราออกไปเมาให้ลืมเลยดีกว่า  แต่วันนี้เราได้แน่ใจแล้วว่า  มันไม่ใช่รูปแบบชีวิตของเราจริงๆ  เราชอบเวลาเรามีสติ  เพราะสังเกตได้ว่า  ไร้สติทีไร  ชีวิตหนูพังทุกที  ซิกๆ  เอิ้กๆ

 

 

--- angelz ---

 

 

 

เยียวยา

วันนี้เก็บเล็กผสมน้อยอารมณ์ต่างๆมาเรื่อยตลอดทั้งวัน  ทั้งหมดเกิดจาก...

1. ฟังเพลงโดน (หลายเพลงอยู่)

2. ร้องเพลงโดน (ให้มันสาแก่จัยกันไปข้างนึง!) 

3.ได้ยินเพลงที่เค้าเคยร้องให้ฟัง

4. ผ่านสถานที่ที่เคยมาด้วยกัน (3 ที่ในวันเดียว!!)  

5. และอ้ายโน้นอ้ายนี่ที่พากันร่วมมือปรากฎตัวให้อิชั้นเห็นได้สม่ำเสมอดีจริงๆ

 

ขณะที่เผชิญเจ้า 5 ข้อข้างบนอยู่นั้นก้อพาลทำให้น้ำตาจะไหล  แต่กลั้นเอาไว้ตลอดเพราะกลัวไม่แมน  ตั้งใจว่าจะกลับมาซัดโฮกเดียวที่บ้าน  แต่ดันมาเจอเรื่องแปลกคือ พยายามบิ้วด์อารมณ์เท่าไหร่ก้อกลับไม่สามารถกระชากน้ำตาให้ไหลออกมาได้แฮะ  ไม่น่าเชื่อเลย!

 

ไม่น่าเชื่อว่า  วันนี้จะมีจริง  วันที่ระฆังแกว่งอยู่ได้เพียงชั่วครู่เดียว  ว้าว!

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. แต่ฆ้อนก้อเพลาๆลงหน่อยก้อดีนะคะ  ถ้าเกิดแกว่งจนหยุดไม่ได้งี้  เด๋วงานเข้ากันพอดี!!

 

 

 

 

บำรุง

ตารางการทำงานของเมื่อวานนี้ คือ Standby 2 (สแตนด์บาย 2) นั่นหมายถึงการเตรียมตัวรอเพื่อไปปฎิบัติหน้าที่ได้ทุกเมื่อตั้งแต่ช่วงเวลา 12.00 น. - 21.00 น.  พอเที่ยงกว่าๆปุ๊บก้อมาเลยค่ะ  แต่เป็นแค่สายที่โทรมาบอกให้เตรียม "ใจ" ว่าโดนเรียกแน่ๆ (ขอบใจย่ะ!)  และขณะที่เราเริ่มจะทำใจได้และกะจะเตรียม "ตัว" เป็นขั้นถัดมา  อยู่ๆเสียงริงโทนที่ตั้งเอาไว้เสียงหนึ่งก้อดังฝ่าความเงียบขึ้นมา  ตอนได้ยินวูบแรกนี่ทำเอาเราเผลอกรีดร้องแบบคนสติแตกเล็กน้อย  ก่อนที่จะยอมเดินไปรับสายนั้นแบบสดุดี  และสุดท้ายก้อลงเอยด้วยการไปบินพนมเปญค่ะ  ช่างไม่สงสารหนูบ้างเลย  ให้บินต่อหลังจากที่กลับมาจากสิงคโปร์เน่าๆวันเดียวเนี่ยนะคะ  ฮือๆ

 

แต่พอไปบินจริงๆแล้วก้อไม่เหนื่อยไม่เมื่อยเลยค่ะ  เพราะสาเหตุที่โดนเรียกนั้นมาจากที่เปลี่ยนเครื่อง 737 เป็น B6  กล่าวโดยสรุปคือ เปลี่ยนจากเครื่องเล็กมาเป็นเครื่องใหญ่ไฉไลกว่า  นัยยะแฝงก้อคือว่า  ลูกเรือเยอะขึ้นแต่ผู้โดยสารเท่าเดิม  อ๊าว...งานนี้เก๊าะสบายแอร์สิคะ  พองานน้อยเลยมีเวลาว่างมาเม้าท์เยอะ  ส่วนใหญ่ก้อคุยเรื่องหัวใจกันซึ่งเป็นหัวข้อฮิตของสาวๆ (ทั้งแอร์และสจ๊วต...เอิ้กๆ)  และเมื่อไหร่ที่เราเป็นเอ่ยปากว่าเพิ่งเลิกกะแฟนมาได้ไม่นานนะ  เจ้าประคุณเอ๋ย...!  ไม่เคยมีใครยอมเชื่อสักที  อันนี้ยังไม่แน่ใจว่าหน้าตาไม่น่าหาแฟนได้อยู่แล้ว  หรือสภาพดิชั้นดูหลั่นล้าท้าแดดท้าฝนก้อไม่รู้  แต่เคยมีขนาดที่พี่แอร์คนนึงถามเราว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า  เพราะพอดีว่าเค้าเจอหนังสือเวดดิ้งบนเครื่อง  แล้วหน้าตาเราก้อดูอินเลิฟ...  เราก้อเอ่อ...จริงเหรอคะ?!  เอ...นี่แปลว่าเราควรจะสลดลงอีกนิดนึงดีไหมนะ?  อืมม์  หรือว่านี่เป็นแค่อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ของเมคอัพหรือเปล่าคะ  เอิ้กๆ

   

ช่วงนี้จะถือหนังสือธรรมะอ่านง่ายของท่านชุติปัญโญติดตัวไว้อ่านตลอด  เวลาได้ยินว่าใครอกหักเมื่อไหร่  เราจะรีบโฆษณาให้เข้าทางธรรมทันที  คุณพี่ขา...อ่านแล้วดีค่ะ  มันเป็นแผนที่ชีวิตได้นะคะ  พี่ก้อจะตอบกลับแบบไม่เชื่อหู  ห๊ะ...แผนที่อะไรนะ  หลังจากนั้นก้อจะมองเราด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าอินี่เป็นเอามาก...เอิ้กๆ  แต่เราก้อยังไม่หวั่นค่ะ  สักวันนึงเราอาจจะได้มีโอกาสให้คำตอบนี้กับคนที่หลงทางจริงๆก้อได้แหละเนาะ  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจที่ได้พบให้วันนี้คือ  เราเพิ่งรู้ว่า  จริงๆแล้วมันก้อยังมีทางออกอื่นให้เลือกด้วยเหมือนกัน  เช่น การเข้าฟิตเนส  โดยพี่แอร์ให้เหตุผลว่า  มันจะทำให้เหนื่อยจนไม่มีเวลาคิดมาก  แถมพ่วงด้วยการได้หุ่นดีเลิศหรูไว้อวดหนุ่มใหม่ด้วย  อุ๊ย...อันนี้แอบสนนะคะเนี่ย  โฮะๆ

 

หรือจะเลียนแบบพี่พี่สจ๊วตอีกคนนึงดี  ผู้เลือกที่จะแลกกสเก็ดไปบินไฟล์ทแขกข้ามคืน 3 ไฟล์ทติด  โห...พี่ขา  นี่อกหักซะสาหัสสากัลป์เลยเหรอคะเนี่ย  ส่วนหนูเอาแค่อ่านท่านพุทธทาสดีกว่า  ไม่อยากทำร้ายตัวเองขนาดน้าน  เอิ้กๆ           

 

ส่วนวันนี้วันหยุดเลยอยู่บ้านทั้งวันด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มแสงสีเสียงให้กับ Hi5 อย่างเต็มที่  หลังจากทำเสร็จแล้วแทบรู้สึกเหมือนเกิดใหม่  อารมณ์คล้ายๆกะว่านอนตายตาหลับซะทียังไงยังงั้น  แบบว่าตอนนี้กะลังคลั่งเพลง Tattoo อย่างแรงไง  แถมแอบคิดนะว่ามันเป็นเพลงชาติของคนอกหักยุคนี้ด้วย  ฮ่าๆ  แต่ว่าแหม...จะดีใจดีไหมเนี่ยที่ตัวเองก้ออินเทรนด์มีรอยสักกะเค้ารอยนึงด้วยเหมือนกันน่ะ  โฮ่ๆ

 

 

--- angelz ---

 

ป.ล. อัพยาวจัง  แอบเวิ่นเว้อ...กรั่กๆ

 

 

 

ฟื้นฟู

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากนาโกย่า สนุกสนานหลั่นล้าด้วยหลายๆปัจจัย  จากที่หนึ่ง!  เป็นประเทศญี่ปุ่น  อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ได้ไปพอร์ตนี้ด้วย (ข้อสอง)  แถมมีเพื่อนพ่วงมาอีกหนึ่งคน (ข้อสาม)  แล้วยังจะไปเจอเพื่อนฮาอีกหนึ่ง (ข้อสี่)  ไหนจะพี่ๆในไฟล์ทที่น่ารักอีกแน่ะ (ข้อห้า)  โอ๊ย...นี่กะลังท่องอยู่เลยว่า  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรัง  ความสุขมันไม่จีรังหรอก  ฮ่าๆ

 

ยิ่งได้สัมผัสความเป็นญี่ปุ่นมาหมาดๆอย่างนี้  ทำเอาเรายิ่งคลั่งอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นมากกว่าเดิมอีกแน่ะ  ตอนนี้เกาหลงเกาหลีอะไรไม่สนใจแล้น  เพราะผมทรงนี้ทำให้ได้หน้าญี่ปุ่นมากกว่า  5555 (ค่ะ  อ้วกค่ะอ้วก)  ตอนอยู่บนเครื่องก้อชอบตะแหล๋นพูดภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อยเปื่อย  ผู้โดยสารพูดว่า "Thank you"  อิชั้นรีบตอบกลับเลยว่า "โดอิตะชิมะชิเตะ" (แปลว่าไม่เป็นไรค่ะ)  ผู้โดยสารขำกันใหญ่  คงคิดในใจไปแล้วว่าอินี่แอบเพี้ยน  นี่มานั่งอึดอัดฮึดฮัดอยู่ว่าเมื่อไหร่คอร์สเรียนจะเปิดนะ  เราจะได้เป็นญี่ปุ่นเต็มตัวซะทีนึง  555

 

ช่วงนี้ค่อนข้างแฮ้ปปี้กะชีวิตจัง  เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มันยังกว้างได้อีก  บางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเห็น  ก้อได้เห็น  อะไรที่เคยหลงลืมไป  พอได้กลับมาเจอะเจออีกครั้งแล้วแอบรู้สึกเหวอไม่น้อยค่ะว่า  อิชั้นพลาดมันไปได้ยังไงเนี่ย  ข้อหนึ่งที่คิดได้ในวันนี้คือ  เมื่อเรารักตัวเองอย่างถูกวิธีได้เมื่อไหร่  เมื่อนั้นจะมีแต่คนมารุมรักเรา  กระนั้น  เราก้อยังไม่ลืมขอบคุณบรรดาคนที่รักเราตลอดมาหรอกนะ  พวกเค้าคือคนทื่เห็นค่าของเราแม้ในวันที่เรารู้สึกไร้ค่าสิ้นดี  พ่อ แม่ อ่า...น้องชายด้วยก้อได้ เอ้า! (เหมือนจะอิดออดไม่อยากนับเลยเนาะ) และบุคคลที่สี่ของครอบครัวเรา  แต๊งกิ้วมากๆค่ะ

สรุปว่าที่ตั้งใจจะไปทำสมาธินั้นต้องยกเลิกไปซะงั้น  เพราะหนึ่งในกลุ่มเกิดเหตุให้ไปไม่ได้เฉยเลย  เสียดายเป็นที่สุด  เราเลยพาลเซ็งที่ต้องไปควิกเทิร์นสิงค์โปร์  แถมตามด้วยสแตนด์บายอีกต่างหาก  โอ๊ย...เรื่องมันเศร้าเฟล้ย  แต่ฮึ๊ย  เอาฟละ  ถึงไม่ได้ทำสมาธิแต่ก้อทำสติไปก่อนละกัน  โอทส์!

--- angelz ---

 

 

 

บำบัด

เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก้อได้แต่แกร่วอยู่บ้าน  เนื่องจากเป็นหน้าเทศกาล  เพื่อนๆก้อพากันหายหน้าหายตากันไปหมด  ดิชั้นเลยมีอาการจิตเขวไปบ้างเล็กน้อย  แต่ข้อดีประจำตัวตอนนี้คือ  ไม่ค่อยชอบถือของติดมือนาน  อะไรหนักๆก็ปล่อยๆวางๆไปตามกาลตามวาระ  อะไรที่เขวเลยเริ่มถูกต้อนกลับเข้าเส้นได้ละ  ถ้าคราวหน้ามีเขวอีก อาจจะต้องเริ่มตามตบแทนต้อนซะที  เลี้ยงเสียข้าวสุก เอ้ย อยู่ไม่สุขเสียจริงๆ! 

 

ตอนนี้เริ่มตั้งอกตั้งใจศึกษาธรรมะมากขึ้น  เพราะค้นพบแล้วว่าธรรมะเป็นดั่งแผนที่ชีวิต  อะไรที่เราเคยหลงทางหรือสงสัยก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น  เรายังเสียดายอยู่ว่าสนใจธรรมะช้าไป  แต่จริงๆถ้าเริ่มเร็วไป หรือถ้าไม่มีปัญหาเข้ามา  เราอาจจะไม่ได้เปิดใจรับได้มากขนาดนี้ก้อได้  ยิ่งเป็นหนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุแล้ว  อ่านไปน้ำตาไหลไป  โอ้...ที่แท้แล้ว  ชีวิตหนูมันมืดมัวหมองหม่นขนาดนี้เลยหรือคะ  ในที่สุดเจ้าหนูจำไมอย่างเราก้อเจอคำตอบของชีวิตแล้น  แหม...ดิชั้นนี่มันอกหักอย่างสร้างสรรค์จริงๆเลย  5555

 

อาทิตย์หน้านี้ก้อเตรียมไปทำสมาธิ 3 วันกะออย  ถ้าแลกสเก็ดไม่ได้ก้อคงต้องมีลาป่วยกันบ้างล่ะ  คราวนี้มุ่งมั่นอย่างแรง  อยากรู้ว่าสมาธิจะช่วยนำความสงบมาสู่คนไฮเปอร์อย่างเราได้อย่างไร  โปรดติดตามตอนต่อไป ไป ไป ไป...

 

วกกลับมาพูดสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์บ้างดีกว่า  โชคดีจังได้มีโอกาสรดน้ำดำหัวให้พ่อแม่กะย่า  แอบรู้สึกดีเพราะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน  พ่อกับแม่ก้อให้พรว่าขอให้เจอสิ่งดีๆในชีวิต  อยากบอกเหลือเกินว่า  ที่จริงแล้ว  สิ่งดีๆในชีวิตหนูก้อนั่งอยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละค่ะ  ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลแล้ว  อู๊ย...มีซึ้งๆ  แต่อยากขอว่าอย่าคบกันอยู่แค่ 2 คนได้ไหมคะ  พาลูกเต้าไ